จากเบาะแสสายด่วน 1386 เพียงสายเดียว นำไปสู่การทลายเครือข่ายยาเสพติดที่ซุกอยู่ในเครื่องแบบบุคลากรทางการแพทย์ที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ภายใต้แผนประกาศสงครามยาเสพติดระยะ 6 เดือน ตามจุดยืนของรัฐบาลและข้อสั่งการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มุ่งเน้นกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปพัวพันกับยาเสพติด
ปฏิบัติการครั้งนี้มีชื่อว่า “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 29” ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย และผลลัพธ์ทำให้สังคมต้องช็อก เมื่อพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ได้อยู่แค่ตามชุมชน แต่แฝงตัวอยู่ในโรงพยาบาลรัฐชื่อดัง

ไทม์ไลน์นาทีต่อนาที จากเวรเปลเสพยา สู่การทลายเครือข่าย 7 ราย
จุดเริ่มต้นมาจากช่วงดึกของวันที่ 2 ต่อเนื่องวันที่ 3 พ.ย. 2569 สำนักงาน ปปส. ภาค 6 ได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 ว่ามีความผิดปกติในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุโขทัย
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เป้าหมายและสืบสวนพบ พนักงานเวรเปลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีพฤติการณ์เสพยาเสพติด
เมื่อเข้าตรวจสอบ เจ้าตัวให้การรับสารภาพและสมัครใจเข้ารับการบำบัดทันที พร้อมให้ข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลครั้งใหญ่ โดยให้ข้อมูลถึงเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงพยาบาลเดียวกัน
นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คดีเสพธรรมดา กลายเป็นคดีเครือข่าย
จากนั้น สำนักงาน ปปส. ภาค 6 ได้สนธิกำลังร่วมกับ ศอ.ปส.จ.สุโขทัย, ตำรวจ ภ.จว.สุโขทัย, ฝ่ายปกครอง, บก.สส.ภ.6 และ กอ.รมน. เข้าจับกุม พนักงานขับรถประจำโรงพยาบาลดังกล่าว พร้อมยึดยาบ้า 230 เม็ด
ยังไม่จบแค่นั้น เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลเพื่อนำเรียนข้อเท็จจริงและเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหา พบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 22 เม็ด รวมยึดยาบ้า 252 เม็ด

ยึดยาบ้ารวม 1,359 เม็ด เอเย่นต์ทิ้งของหนี
การขยายผลยังดำเนินต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้เร่งปิดล้อมจับกุมเอเย่นต์ผู้ส่งยาเสพติด โดยระหว่างเข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีและทิ้งยาบ้า 957 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือไว้ เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสำโรง เพื่อออกหมายจับ
นอกจากนี้ ระหว่างปิดล้อมพื้นที่ ยังสามารถจับกุมเครือข่ายลูกน้องของผู้ต้องหาที่หลบหนีได้เพิ่มเติม พร้อมของกลางยาบ้า 150 เม็ด
สรุปยอดรวมทั้งปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถทลายเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องได้รวม 7 ราย เป็นกลุ่มบุคลากรโรงพยาบาล 3 ราย และเครือข่ายภายนอก 4 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวมทั้งสิ้น 1,359 เม็ด
| ลำดับ | ผู้ต้องหา | ของกลาง |
|---|---|---|
| 1 | พนักงานเวรเปล (รับสารภาพ/บำบัด) | – |
| 2 | พนักงานขับรถ รพ. | 252 เม็ด |
| 3 | เอเย่นต์รายใหญ่ (หลบหนี) | 957 เม็ด |
| 4 | ลูกน้องเอเย่นต์ | 150 เม็ด |
| 5 | ผู้ช่วยพยาบาลหญิง | ฉี่ม่วง |
| 6-7 | คนรู้จักผู้ช่วยพยาบาล | ขับรถมีสารเสพติด |
ช็อกซ้ำ! ผู้ช่วยพยาบาลสาวฉี่ม่วง ผอ.สั่งฟันออก
ประเด็นที่ทำให้สังคมช็อกที่สุดคือการตรวจสอบกลุ่มบุคลากรในโรงพยาบาลเพิ่มเติม พบ ผู้ช่วยพยาบาลหญิง 1 ราย มีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจึงสั่งการให้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาทันทีเป็นเวลา 3 เดือน และเตรียมพิจารณาดำเนินการขั้นเด็ดขาดคือการให้ออกจากราชการ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุมกลุ่มคนรู้จักของผู้ช่วยพยาบาลรายดังกล่าวอีก 2 ราย ที่ขับรถเข้ามาในพื้นที่ ในข้อหาขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย
คำถามที่สังคมถามคือ เกิดอะไรขึ้นในโรงพยาบาลที่ควรเป็นสถานที่ที่ปลอดยาเสพติดที่สุด?
ทำไมต้องเป็น “ยุทธการตัดเนื้อร้าย”? นโยบายกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวยา
ชื่อปฏิบัติการ “ตัดเนื้อร้าย” ไม่ได้ตั้งมาลอยๆ แต่สะท้อนนโยบายของ ป.ป.ส. ในยุคนี้ที่มองว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดคือเนื้อร้ายที่ต้องตัดทิ้งก่อนจะลุกลาม
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการชัดเจนให้เน้นกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันยาเสพติด เพราะถือเป็นผู้ที่ถือกฎหมายแต่กลับทำผิดกฎหมายเสียเอง สร้างความเสื่อมศรัทธาให้กับประชาชนอย่างรุนแรง
การบูรณาการกำลังครั้งนี้มีทั้ง ปปส.ภาค 6, ศอ.ปส.จ.สุโขทัย, ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย, ฝ่ายปกครอง, กองบังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 6 และ กอ.รมน. แสดงให้เห็นว่าเป็นการเอาจริง ไม่ใช่แค่จับผู้เสพรายย่อย แต่ต้องการสาวไปถึงต้นตอ
บทลงโทษหนักแค่ไหน? บุคลากรรัฐค้ายาเสพติด
ในทางกฎหมาย บุคลากรโรงพยาบาลรัฐถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หากมีการครอบครองเพื่อจำหน่าย จะโดน 2 เด้ง คือ
- พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ – ครอบครองยาบ้าเกิน 15 เม็ดถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-20 ปี หรือตลอดชีวิต
- พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ – หากผลตรวจฉี่ม่วงหรือถูกจับคดียาเสพติด ผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้ทันที ซึ่ง ผอ.โรงพยาบาลในคดีนี้ก็เตรียมใช้มาตรการนี้แล้ว
สำหรับผู้ช่วยพยาบาลที่ฉี่ม่วง แม้จะเข้าสู่กระบวนการบำบัด 3 เดือนตามนโยบายผู้เสพคือผู้ป่วย แต่ในมุมของวินัยข้าราชการ ถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโอกาสสูงที่จะถูกให้ออกจากราชการ
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโรงพยาบาลรัฐ
โรงพยาบาลคือพื้นที่ที่ประชาชนต้องฝากชีวิตไว้ การที่มีบุคลากรตั้งแต่เวรเปล คนขับรถ ไปจนถึงผู้ช่วยพยาบาล เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ย่อมทำให้ประชาชนใน จ.สุโขทัย เกิดความไม่สบายใจ
คำถามคือ ระบบคัดกรองบุคลากรและการสุ่มตรวจสารเสพติดในโรงพยาบาลรัฐมีความเข้มงวดพอหรือไม่? และยาเสพติดเหล่านี้หลุดเข้าไปในโรงพยาบาลได้อย่างไร?
ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะไม่ปกป้องคนผิดและจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดคือการให้ออกจากราชการ ซึ่งเป็นการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาในระดับหนึ่ง
บทเรียนจากคดีนี้คือ สงครามยาเสพติดไม่ได้อยู่แค่ตามชายแดนหรือในชุมชนแออัดอีกต่อไป แต่อยู่ในองค์กรที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุดด้วย
FAQ
จับที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สุโขทัย ในปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 29 ของ ป.ป.ส.ภาค 6 เมื่อวันที่ 2-4 พ.ย. 2569
จับได้รวม 7 ราย แบ่งเป็นบุคลากรโรงพยาบาล 3 ราย (เวรเปล, คนขับรถ, ผู้ช่วยพยาบาล) และเครือข่ายภายนอก 4 ราย ยึดยาบ้ารวม 1,359 เม็ด แบ่งเป็น 252 เม็ด, 957 เม็ด และ 150 เม็ด
ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก (ฉี่ม่วง) ถูกส่งเข้าบำบัด 3 เดือน และ ผอ.โรงพยาบาลเตรียมพิจารณาให้ออกจากราชการ