วงการสีกากีสะเทือนอีกครั้ง เมื่อตำรวจทำร้ายตำรวจด้วยกันเองในสถานบันเทิง ล่าสุดระดับผู้บังคับการต้องออกโรงสั่งฟันขาด ไม่มีการช่วยเหลือพวกเดียวกัน
วันที่ 4 พ.ย. 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏกรณีข้าราชการตำรวจนายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าถูกข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวก ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหมดสติ เหตุเกิดในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อช่วงดึกของวันที่ 31 ตุลาคม 2569
โดยผู้เสียหายได้มอบพยานหลักฐานทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุแก่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น
ย้อนนาทีสยอง 5 ทุ่ม คาราโอเกะเมืองทองธานี – จากคำว่า “กูตำรวจปากเกร็ด” สู่การรุมกระทืบ

เพื่อให้เข้าใจเรื่องทั้งหมด ต้องย้อนไปดูรายละเอียดจากคลิปต้นเรื่องที่ผู้เสียหายนำมาร้องเรียนกับสื่อ
เหตุเกิดช่วง 5 ทุ่มคืนวันที่ 31 ต.ค. 2569 ภายในร้านคาราโอเกะย่านเมืองทองธานี จ.นนทบุรี ขณะที่ ส.ต.อ. นายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยคอมมานโด กำลังนั่งดื่มกินอยู่กับแฟนสาวอย่างสงบ
ด.ต. คนหนึ่งของ สภ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในโรงพักว่าเป็นคนกว้างขวาง ได้เดินเข้ามาหาและถามว่า “มาจากไหน” เมื่อ ส.ต.อ. ตอบไปว่าเป็นตำรวจคอมมานโด แทนที่จะเป็นการทักทายกันในฐานะเพื่อนตำรวจด้วยกัน
ด.ต. คนดังกล่าวกลับไม่พอใจ ใช้มือกระชากคอเสื้อแล้วพูดว่า “กูตำรวจปากเกร็ด” พร้อมตบเข้าที่หน้าของ ส.ต.อ. อย่างแรง

ด้วยความตกใจ ส.ต.อ. ได้ลุกขึ้นสวนหมัดกลับไป 1 ครั้ง แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็บานปลาย เมื่อลูกน้องของ ด.ต. ที่มาด้วยกันประมาณ 2-3 คน ได้เข้ามารุมทำร้าย ส.ต.อ. ด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้าหลายหมัด จนแฟนสาวของ ส.ต.อ. ต้องกระโดดเข้าคร่อมร่างแฟนตัวเองไว้ พร้อมยกมือไหว้ร้องขอให้หยุด
แต่กลุ่มของ ด.ต. ก็ไม่หยุด ยังคงต่อยซ้ำเข้าที่ใบหน้าอีกหลายครั้งจน ส.ต.อ. สลบแน่นิ่งไปคาโต๊ะ ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะเดินออกจากร้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุ ส.ต.อ. ผู้เสียหายได้พาร่างอันบอบช้ำ เส้นเลือดฝอยในตาแตก เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 พ.ย. พร้อมทำเรื่องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพราะหวั่นว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทราบมาว่า ด.ต. คู่กรณีเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่
นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจนำคลิปมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรม
ผู้การนนทบุรี ลั่น ไม่ปกป้อง สั่งย้ายขาดทันที
ล่าสุด พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้สั่งการเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญาแล้ว
โดยสั่งการให้ดำเนินการสอบสวนที่ตรงไปตรงมาและโปร่งใส พร้อมทั้งมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และสั่งการให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความยุติธรรม
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายเน้นย้ำเรื่องวินัยและการประพฤติตนของข้าราชการตำรวจอย่างเคร่งครัด หากพบข้าราชการตำรวจกระทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม จะดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการปกป้องหรือละเว้นแต่ประการใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรต่อไป
วิเคราะห์ข้อหา หนักแค่ไหน?
ในทางคดีอาญา แม้จะเป็นตำรวจด้วยกัน ก็ไม่มีข้อยกเว้น
- ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ป.อาญา มาตรา 295 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
- ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือร่วมกันทำร้าย หากพิสูจน์ได้ว่ามีการรุมทำร้ายและตาแตกเข้าข่ายสาหัส โทษจะเพิ่มเป็น มาตรา 297 จำคุก 6 เดือน – 10 ปี
- ความผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ การประพฤติตนไม่เหมาะสม ใช้กำลังอำนาจในทางที่ผิด มีโทษตั้งแต่กักยาม ตัดเงินเดือน ไปจนถึงปลดออกและไล่ออก
การที่ผู้บังคับการสั่งย้ายขาดไปอยู่ที่ ศปก.ภ.จว.นนทบุรีทันที คือสัญญาณชัดเจนว่า เตรียมเชือดทางวินัยควบคู่ไปกับคดีอาญา
บทเรียนสำหรับตำรวจทุกคน
คดีที่ สภ.ปากเกร็ดครั้งนี้ เป็นบทเรียนราคาแพงว่า กล้องวงจรปิดมีอยู่ทุกที่ และคลิปเพียงคลิปเดียวสามารถจบชีวิตราชการได้
- เครื่องแบบไม่ได้ทำให้คุณอยู่เหนือกฎหมาย
- ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการตำรวจ ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำร้ายร่างกาย
- การมีผู้บังคับบัญชาเป็นแบ็ค อาจช่วยได้ในโรงพัก แต่ช่วยไม่ได้เมื่อเรื่องถึงโซเชียลและกองบัญชาการ
ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคลิปจากกล้องวงจรปิดในร้านและคำให้การของพนักงานร้าน เพื่อดำเนินคดีกับ ด.ต. และพวกอย่างตรงไปตรงมา
FAQ
คืน 31 ต.ค. 69 ด.ต. สภ.ปากเกร็ด เมาสุราและโชว์กร่าง เข้าไปตบหน้า ส.ต.อ.ตำรวจคอมมานโดที่นั่งดื่มกับแฟนสาว โดยอ้างว่า “กูตำรวจปากเกร็ด” ก่อนให้ลูกน้องรุมกระทืบจนสลบ เส้นเลือดในตาแตก
เข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด เมื่อ 1 พ.ย. 69 ช่วงบ่าย พร้อมมอบคลิปและภาพถ่ายเป็นหลักฐาน และร้องเรียนกับสื่อเพราะเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นคนกว้างขวางในโรงพัก
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี สั่งย้ายขาดข้าราชการตำรวจที่ก่อเหตุทั้งหมดไปอยู่ที่ ศปก.ภ.จว.นนทบุรีทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และให้ดำเนินคดีอาญาอย่างโปร่งใส ไม่มีการปกป้อง
ใช่ โฆษก ตร. ยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งสองทางควบคู่กัน ทั้งวินัยร้ายแรงมีโทษถึงปลดออก ไล่ออก และอาญาข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ