กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก หลังมีการเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวชายหญิงคู่หนึ่ง แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมคล้ายกระทำอนาจารอยู่กลางน้ำ ภายในแหล่งท่องเที่ยวเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวคนอื่นที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนสองคน แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของจิตสำนึกการท่องเที่ยวในที่สาธารณะ กฎหมายอนาจาร และภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวครอบครัวที่สำคัญของอีสานใต้

เกิดอะไรขึ้นที่เขื่อนลำนางรอง? ไทม์ไลน์ชัดๆ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 2 พ.ย. 2569 เป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนริมเขื่อนจำนวนมาก เพราะอากาศไม่ร้อนและพระอาทิตย์กำลังตกดินสวยงาม
ในคลิปที่ถูกแชร์สนั่น คู่รักชายหญิงคู่หนึ่งได้ลงไปในน้ำและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ลักษณะคล้ายการกระทำอนาจารกันกลางน้ำ โดยไม่แคร์สายตานักท่องเที่ยวคนอื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทั้งครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาเล่นน้ำและกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งพักผ่อนบนแพ
ล่าสุด วันที่ 4 พ.ย. 2569 นายจริต ธรรมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง พร้อมด้วยนางสาวเตือนใจ ชุมสงฆ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง, นายสุริยะ สังวรณ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่เขื่อนลำนางรอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
จุดเกิดเหตุอยู่นอกเขตเล่นน้ำและไม่ใส่ชูชีพ
ข้อมูลสำคัญจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดที่นักท่องเที่ยวชายหญิงทั้งสองคนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม อยู่บริเวณป้ายเตือนน้ำลึก ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่ที่กำหนดให้เล่นน้ำ และทั้งสองคนไม่ได้สวมเสื้อชูชีพขณะอยู่ในน้ำด้วย
นั่นหมายความว่านอกจากจะผิดเรื่องความไม่เหมาะสมแล้ว ยังผิดกฎความปลอดภัยของเขื่อนอีกด้วย เพราะเขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีจุดน้ำลึกที่เป็นอันตราย ทางชลประทานได้ติดตั้งป้ายเตือนไว้ชัดเจน
นายสุริยะ สังวรณ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 เปิดเผยว่า หน่วยงานชลประทานมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ รวมถึงติดตั้งป้ายเตือนบริเวณจุดน้ำลึก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรก ที่พบพฤติกรรมลักษณะนี้ โดยช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณเย็น ขณะพระอาทิตย์กำลังตกดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยในพื้นที่อยู่เช่นกัน
พยานปากสำคัญเล่านาทีเห็นกับตา
ขณะที่ นางสาววัชรพร ศรีบุญราษฎร์ พนักงานร้านค้าสวัสดิการ เล่าว่า ช่วงเย็นวันที่เกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังเดินไปเก็บถ้วยจานตามโต๊ะอาหาร ได้พบเห็นนักท่องเที่ยวชายหญิงกำลังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมอยู่กลางน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ
ด้วยความไม่กล้าเข้าไปตักเตือน จึงรีบเก็บถ้วยจานให้เรียบร้อย ก่อนขึ้นไปรายงานให้หัวหน้าทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงไม่เหมาะสม แต่ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเขื่อนลำนางรอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีประชาชนและครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก
อยากฝากถึงนักท่องเที่ยวทุกคนให้ช่วยกันรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย เคารพสถานที่ และคำนึงถึงสายตาของผู้อื่น เพื่อให้เขื่อนลำนางรองยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและเหมาะสำหรับทุกคน
คำให้การของพนักงานร้านค้า สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวรอบข้างรู้สึกอึดอัดและกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามโดยตรง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ผิดกฎหมายไหม? โทษหนักแค่ไหน?
หลายคนถามว่าแค่ทำอนาจารกันในน้ำ ผิดกฎหมายเลยหรือ?
คำตอบคือ ผิดเต็มๆ และอาจโดนหลายข้อหา
1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 กระทำอนาจารในที่สาธารณะ
ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
หากพิสูจน์ได้ว่ามีการร่วมเพศหรือกระทำชำเรากันจริงในที่สาธารณะ อาจเข้าข่ายมาตรา 285 กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล โทษหนักขึ้น
2. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
และข้อบัญญัติของ อบต.โนนดินแดง เรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะ
3. ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน กรณีลงเล่นน้ำนอกเขตและไม่สวมชูชีพ
หน่วยงานยืนยันแล้วว่า หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาตัวบุคคลที่ปรากฏในเหตุการณ์และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลและฝ่ายปกครอง เพิ่มมาตรการดูแลพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก
นายสุริยะ ยังฝากถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเขื่อนลำนางรอง ขอให้ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว เคารพกฎระเบียบและคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่สาธารณะ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยว และสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม
ทำไมเขื่อนลำนางรองถึงต้องเข้มงวด?
เขื่อนลำนางรองไม่ใช่แค่เขื่อนเก็บน้ำ แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ทะเลอีสานใต้” มีทั้งหาดทรายเทียม ร้านอาหารแพริมน้ำ จุดเล่นน้ำสำหรับครอบครัว และเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสำคัญของตำบล
การที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดขึ้น จะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ไม่กล้าพาเด็กเล็กมาเที่ยวอีกต่อไป รายได้ของร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหาร และชุมชนรอบเขื่อนก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง
ที่ผ่านมา อบต.โนนดินแดงและชลประทานได้พยายามจัดระเบียบพื้นที่อย่างหนัก ทั้งกำหนดเขตเล่นน้ำชัดเจน ติดตั้งป้ายเตือนน้ำลึก บังคับสวมเสื้อชูชีพ และมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตรา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นนอกเขตและในช่วงรอยต่อเวลาเย็นที่เจ้าหน้าที่กำลังสับเปลี่ยนเวร
บทเรียนสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน
ดราม่าคู่รักกลางเขื่อนลำนางรอง สอนอะไรเราบ้าง?
- ที่สาธารณะไม่ใช่ที่ส่วนตัว ความรักแสดงออกได้ แต่ต้องมีขอบเขต
- เคารพกฎความปลอดภัย นอกเขตเล่นน้ำคืออันตรายถึงชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องอนาจาร แต่เรื่องจมน้ำ
- คิดถึงใจคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กและครอบครัวที่มาเที่ยวพักผ่อน
- โซเชียลมีเดียไม่เคยลืม คลิปเดียวอาจทำให้คุณถูกดำเนินคดีและเสียอนาคต
ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการแกะรอยหาตัวบุคคลจากภาพและคลิปที่ถูกเผยแพร่ หากใครรู้จักหรือมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่ อบต.โนนดินแดง หรือฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 เขื่อนลำนางรอง โดยตรง
เขื่อนลำนางรองยังคงสวยงามและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอ แต่ความสวยงามนั้นจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันรักษา
FAQ
เขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เกิดเหตุเย็นวันที่ 2 พ.ย. 2569 บริเวณป้ายเตือนน้ำลึก นอกเขตเล่นน้ำที่กำหนด
ผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หากถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์กัน โทษจะหนักกว่านั้น
ณ วันที่ 4 พ.ย. 2569 อบต.โนนดินแดงและชลประทานลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาตัวบุคคลในคลิปและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เล่นได้เฉพาะเขตที่กำหนดไว้เท่านั้น ต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง ห้ามออกไปบริเวณป้ายเตือนน้ำลึกโดยเด็ดขาด