อาลัย แม่เหน่ง เมตตา รุ่งรัตน์ ไข่มุกดำแห่งเอเชีย จากไปอย่างสงบในบ้านพักลาดกระบัง

Home » อาลัย แม่เหน่ง เมตตา รุ่งรัตน์ ไข่มุกดำแห่งเอเชีย จากไปอย่างสงบในบ้านพักลาดกระบัง

สร้างความตกใจและเศร้าสะเทือนใจให้กับคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก วันนี้ (3 พ.ย.) รายงานข่าวเศร้าการจากไปของ “แม่เหน่ง” หรือ “เมตตา รุ่งรัตน์” นักแสดงอาวุโสผู้ทรงคุณค่าและเป็นที่รักของแฟนๆ เจ้าของฉายาอมตะ “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” พบเสียชีวิตภายในบ้านพักย่านลาดกระบัง

รายงานข่าวระบุเป็นการตัดสินใจจบชีวิตตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอย่างละเอียด ทีมข่าวขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยมา ณ ที่นี้

การจากไปของแม่เหน่งไม่ใช่แค่การสูญเสียนักแสดงคนหนึ่ง แต่คือการปิดตำนานนักแสดงหญิงผิวสีน้ำผึ้งคนแรกๆ ของเมืองไทยที่พิสูจน์ว่าความงามไม่ได้มีแค่ผิวขาว และความสามารถทางการแสดงอยู่เหนือกาลเวลา

ใครคือ เมตตา รุ่งรัตน์ ทำไมถึงได้ฉายาไข่มุกดำแห่งเอเชีย?

สำหรับคนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นชื่อ แต่สำหรับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ชื่อของ เมตตา รุ่งรัตน์ คือดาวค้างฟ้า

เมตตา รุ่งรัตน์ เข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงยุค 60-70 ซึ่งเป็นยุคที่วงการภาพยนตร์ไทยเฟื่องฟูสุดขีด เธอมีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน คือผิวสีน้ำผึ้งเข้มสวย คมเข้ม ตาโต และรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ในยุคที่นางเอกทุกคนต้องผิวขาว ผมตรง เมตตาคือความแตกต่างที่โดดเด่นจนได้รับฉายาจากนักข่าวและแฟนภาพยนตร์ว่า “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เปรียบเหมือนไข่มุกสีดำที่หายากและมีค่า

ตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 4 ทศวรรษ เธอมีผลงานการแสดงมากกว่า 60 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ 35 มม. ละครโทรทัศน์ ละครเวที ตั้งแต่บทนางเอก บทนางร้าย บทแม่ บทย่า เธอเล่นได้หมดและเล่นถึงทุกบทบาท จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทองและรางวัลเกียรติยศมากมาย

สิ่งที่ทำให้คนในวงการรักแม่เหน่งมากคือความเป็นมืออาชีพและความเป็นกันเอง เธอไม่เคยถือตัวว่าเป็นดาราอาวุโส จะกองถ่ายเล็กหรือใหญ่ จะบทเล็กหรือใหญ่ เธอเต็มที่เสมอ

เปิดใจครั้งสุดท้าย ป่วย 16 โรครุมเร้า ลุกเดินไม่สะดวก ต้องหาหมอทุก 3 เดือน

หากย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมตตา รุ่งรัตน์ เคยเปิดใจเล่าถึงชีวิตและปัญหาสุขภาพผ่านรายการดัง ตกมันส์บันเทิง เมื่อปี 2564 โดยในตอนนั้นเธอต้องเผชิญกับมรสุมโรครุมเร้ามากกว่า 16 โรคพร้อมๆ กัน

ไม่ว่าจะเป็นโรคเกาต์ โรคเบาหวาน โรคหอบหืด อาการปวดข้อจากวัยชรา ต่อมไทรอยด์อักเสบ รวมถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เคยตรวจพบและเข้ารับการผ่าตัดจนหายดีแล้ว ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้เธอต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน

ในครั้งนั้น เมตตา รุ่งรัตน์ ยังได้เผยถึงสภาพร่างกายว่ามีอาการลุกเดินไม่ค่อยสะดวกนัก ประกอบกับก่อนหน้านั้นเคยเผชิญกับปัญหาโรคต้อกระจกและต้อหิน

ลองนึกภาพหญิงชราวัย 80 กว่าปีที่ต้องตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดจากเกาต์ที่ข้อเท้า ต้องพ่นยาหอบหืด ต้องคุมอาหารเพราะเบาหวาน ต้องเดินด้วยไม้เท้า และต้องไปโรงพยาบาลทุก 3 เดือนเพื่อเจาะเลือด ตรวจไทรอยด์ และติดตามมะเร็งลำไส้ที่เคยเป็น

แม้จะยิ้มให้กล้องเสมอ แต่ความเจ็บปวดทางร่างกายที่สะสมมานานหลายปี ย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปในสังคมผู้สูงอายุ

สัญญาณที่คนรอบข้างควรรู้ เมื่อผู้สูงอายุไม่ได้แค่ป่วยกาย

การจากไปของแม่เหน่งทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เราดูแลใจผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรังดีพอแล้วหรือยัง?

กรมสุขภาพจิตระบุว่า ผู้สูงอายุที่ป่วยหลายโรครุมเร้า มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า เพราะ

  1. ความเจ็บปวดเรื้อรัง ทำให้นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ไม่อยากทำอะไร
  2. การสูญเสียบทบาท จากเคยเป็นดาราดัง มีคนล้อมหน้า กลายเป็นต้องอยู่บ้านคนเดียว
  3. การพึ่งพาผู้อื่น จากเคยช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องให้คนอื่นพยุงเดิน ทำให้รู้สึกเป็นภาระ
  4. ความเหงา ลูกหลานอาจไม่ได้อยู่ด้วยตลอด

สัญญาณเตือนที่คนในครอบครัวควรสังเกตคือ บ่นว่าไม่อยากอยู่แล้ว เบื่อชีวิต นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป พูดถึงความตายบ่อยๆ แยกตัว ไม่ยอมกินยา หรือเริ่มแจกของสำคัญให้คนอื่น

คนบันเทิงร่วมอาลัย กบ ปภัสรา เผยรักแม่เหน่งมาก

หลังข่าวการจากไปของแม่เหน่งถูกเผยแพร่ เพื่อนร่วมวงการบันเทิงต่างโพสต์อาลัยกันจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นคือ กบ ปภัสรา ที่ออกมาโพสต์ด้วยความช็อกสุดเสียใจ ระบุว่ารักแม่เหน่งมากๆ และเพิ่งได้คุยกันไม่นาน

ขณะที่แฟนละครรุ่นเก่าต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและรำลึกถึงผลงานของเธอ ทั้งบทแม่ในบ้านทรายทอง บทป้าในทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น และอีกหลายสิบเรื่องที่เธอฝากฝีมือไว้

พิธีการต่างๆ ทางครอบครัวยังไม่ได้มีการแถลงอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีการจัดพิธีทางศาสนาที่วัดย่านลาดกระบัง

จากไปแต่ผลงานยังคงอยู่ และบทเรียนเรื่องสุขภาพใจผู้สูงวัย

แม้วันนี้ แม่เหน่ง เมตตา รุ่งรัตน์ จะจากไปแล้ว แต่ฉายา “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” จะยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยตลอดไป ในฐานะผู้หญิงที่พิสูจน์ว่าผิวสีน้ำผึ้งก็เป็นนางเอกได้ และความสามารถสำคัญกว่าสีผิว

การจากไปของเธอคือเครื่องเตือนใจสำคัญของสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ว่าเราต้องดูแลไม่ใช่แค่สุขภาพกาย แต่ต้องดูแลสุขภาพใจของผู้สูงอายุด้วย

หากคุณกำลังอ่านบทความนี้และรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือมีคนใกล้ตัวที่กำลังเผชิญภาวะซึมเศร้า ขอให้รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว

สามารถโทรปรึกษาได้ที่

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี 24 ชั่วโมง
  • สมาคมสะมาริตันส์ 02-713-6793

การขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือความกล้าหาญ

ทีมข่าวขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของแม่เหน่ง เมตตา รุ่งรัตน์ มา ณ ที่นี้ ขอให้ดวงวิญญาณของแม่ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี